เกริ่นนำ.. เกี่ยวกับเทโลเมียร์
เทโลเมียร์คืออะไร ?
ส่วนปลายของโครโมโซม มีหน้าที่ปกป้อง DNA ที่อยู่ภายในเซลล์ไม่ให้ถูกทำลายในขณะที่มีการแบ่งตัวตามปรกติของร่างกาย โดยธรรมชาติ เทโลเมียร์จะหดสั้นลงเรื่อยๆ เมื่อเซลล์มีการแบ่งตัว และเมื่อถึงจุดหนึ่งเซลล์จะไม่สามารถแบ่งตัวเพิ่มจำนวนได้อีก การเปลี่ยนแปลงนี้เองที่ก่อให้เกิดความชราภาพของเซลล์ และมีโอกาสเกิดโรคเสื่อมถอยต่างๆ ที่เป็นไปตามอายุขัย
ความสำคัญของเทโลเมียร์กับมนุษย์ ?
ดร.อลิซาเบท แบล็กเบิร์น เจ้าของรางวัลโนเบล ผู้ค้นพบความสำคัญของเทโลเมียร์นี้ บอกเราว่า เทโลเมียร์จะหดสั้นลงปกติตามอายุที่เพิ่มขึ้น หรือพูดง่ายๆว่า ยิ่งอายุมากขึ้น เทโลเมียร์จะยิ่งสั้นลงไปเรื่อยๆ แต่เทโลเมียร์ของเราต่างหดสั้น เร็ว ช้า ไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของเรา เช่น การเลือกทานอาหาร การออกกำลังกาย ความเครียด สูบบุหรี่ ดื่มสุรา การนอน การรับมลภาวะ รังสีต่างๆ หรือภาวะโรคต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยทำให้เทโลเมียร์หดสั้นเร็วผิดปกติ
ผลการวัดความยาวเทโลเมียร์ 4 ระดับ
- ค่าความยาวสูง (High) และสูงมาก (Very High)บ่งบอกว่าเซลล์มีความอ่อนเยาว์ และมีความสามารถในการแบ่งตัวปกติเหมือนกับสเต็มเซลล์
- เทโลเมียร์มีค่าความยาวปกติ (Normal)บ่งบอกว่าเซลล์อยู่ในสภาวะการแบ่งตัวเป็นปกติดี แต่จะดีมากขึ้น หากได้รับ supplement ที่เหมาะสม เช่น anti-oxidant หรือ วิตามิน เป็นต้น จะสามารถช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ได้
- เทโลเมียร์มีค่าความยาวต่ำ (Low)บ่งบอกว่าเซลล์ค่อนข้างเสื่อมสภาพ (แก่เร็วกว่าปกติ) ซึ่งมีความจำเป็นที่จะต้องเข้ารับการตรวจเช็คสุขภาพ และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตให้ดีขึ้น เช่น ลดความเครียด ออกกำลังกาย ทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพหรือ รับประทาน supplement เพื่อช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ อย่างเร่งด่วน
- เทโลเมียร์มีค่าความยาวต่ำมาก (Very Low)บ่งบอกว่าเซลล์หรือสภาวะร่างกายอยู่ในช่วงที่เลวร้ายมาก และมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน อัลไซเมอร์ ภูมิคุ้มกันบกพร่อง และเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็ง มีความจำเป็นในการตรวจเช็คสุขภาพ เพื่อขอคำปรึกษา และรักษาอย่างเร่งด่วนจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
จะมีวิธีการป้องกันไม่ให้เทโลเมียร์สั้นเร็วกว่าคนทั่วไปหรือไม่ ?
วิธีดูแลรักษาเทโลเมียร์ สามารถทำได้โดยลองเปลี่ยนมาใช้ชีวิตให้เป็นมิตรกับสมดุลแห่งชีวิต เริ่มต้นจากพฤติกรรมง่ายๆ ได้แก่
- นอนหลับให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 ชั่วโมง และเข้านอนก่อน 22.00 น.
- ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือ 2 ลิตร
- รับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ลดอาหารปรุงแต่ง อาหารจานด่วน อาหารประเภทนม เนย ไขมันจากสัตว์ อาหารที่มีรสจัด ทั้งหวานจัด เค็มจัด หรือมันจนเกินไป งดอาหารที่มีส่วนผสมของทรานส์แฟต เน้นรับประทานอาหารประเภทผักและเส้นใยให้ได้สัดส่วน 50% ต่อมื้อ, เนื้อขาว เช่น เนื้อไก่ หรือ เนื้อปลา 25% ต่อมื้อ และข้าวแป้งธัญพืชไม่ขัดสีอีก 25% ต่อมื้อ
- ออกกำลังกายหัวใจ (Cardio exercise) เช่น วิ่ง ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน อย่างน้อย 30 นาทีต่อวัน 5 ครั้งต่อสัปดาห์ หรือ เน้นการขยับตัวและการเดิน (Physical activity) ให้ได้วันละ 10,000 ก้าว
- นั่งสมาธิ (Meditation) ปล่อยวาง เดินจงกรม ลดความเครียด พักการใช้สมอง เพื่อขจัดความเครียดและความเหนื่อยล้าทางจิตใจ
- ลดละเลิก การสูบบุหรี่ และการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
นอกจากนี้แล้ว ยังต้องหมั่นดูแลสุขภาพจิตของตัวเอง ให้มีความสดใส ไม่มีความเครียดหรือวิตกกังวลจนเกินไป เมื่อทำทั้งหมดควบคู่กันไปแล้ว ก็สามารถช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย หรือการหดสั้นของเทโลเมียร์ลงได้ ทำให้เรามีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ
*** ทาน Celvita เพียงวันละ 1 ซอง จำนวน 28 วัน จากผลการทดสอบกับกลุ่มทดลองสามารถยืดความยาวเทโลเมียร์ได้ 480 Base pairs เท่ากับลดอายุเซลล์ได้ 6.8 ปี (จากวิจัยพบว่าเทโลเมียร์ยาวขึ้น 70 Base Pairs เท่ากับย้อนวัยไปได้ประมาณ 1 ปี ) ***
รู้จักกับ.. Celvita
Telolab กลไกในการเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ทำได้อย่างไร?
ตอบ
1.กระตุ้นเอนไซม์ เทโลเมอเรส (Telomerase)
เมื่อเซลล์มีการแบ่งตัวและเทโลเมียร์หดสั้นลง จะมีเอนไซม์เทโลเมอเรส (Telomerase) ที่สามารถเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ และชะลอการหดสั้นของ เทโลเมียร์ ได้ ทำหน้าที่เติมกรดอะมิโน ไปยังปลายของโครโมโซมหรือบริเวณที่เป็นตัวของเทโลเมียร์ เมื่อเซลล์ชราภาพ เอนไซม์เทโลเมอเรส (Telomerase) จะลดน้อยลงมาก จึงทำให้เทโลเมียร์ไม่มีการสร้างใหม่ขึ้น ถูกทำลายและหดสั้นลงไปในที่สุด
สารสกัด Triterpene จาก Centella Asiatica (สารสกัดใบบัวบก) และ Astragalus (สารสกัดจากปักคี้) ของนวัตกรรม Telolab ของ CelVita จะทำการกระตุ้นเอนไซม์เทโลเมอเรส (Telomerase) ของเซลล์ที่ชราหรือเซลล์เต็มวัยของเราให้ชะลอการหดสั้นและเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ เหมือนกับว่ามีการย้อนวัยกลับมาได้นั่นเอง
2.กระตุ้นการทำงานของยีนชะลอความชรา เซอร์ทูอิน (Sirtuins)
ในปี ค.ศ. 2004 ได้มีผลงานวิจัยของดร.เดวิด ซินแคลร์ ศาสตราจารย์ด้านพันธุกรรม ศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า Sirtuins คือโปรตีนที่มีความสำคัญเพราะถูกเรียกว่าเป็นยีนส์ที่ควบคุมการแก่ตัวของเซลล์ ซึ่ง ดร.เดวิด ซินแคลร์ พบว่าเมื่อให้หนูกิน สารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ผลคือโปรตีนเซอทูอิน (Sirtuins) มีจำนวนเพิ่มขึ้นทำให้หนูแข็งแรงและอายุยืนขึ้น
โดยปกติเซอร์ทูอิน (Sirtuins) จะถูกกระตุ้นได้ด้วยการอดอาหารและจำกัดแคลอรี่ ซึ่งยีนเซอร์ทูอิน (Sirtuins) ของคนที่ทานอย่างอิ่มหนำสำราญจะอยู่ในภาวะหลับใหลซึ่งทำให้ไม่เกิดการยับยั้งกระบวนการแก่ชรา ดังนั้นการค้นหาสารที่สามารถกระตุ้นการทำงานของยีนเซอร์ทูอินคือกุญแจสำคัญในการชะลอวัย
สารกัดจากองุ่น (GRAPE EXTRACT) และ สารสกัดจากทับทิม (POMEGRANATE EXTRACT) เป็นสารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ในนวัตกรรม Telolab ของ CelVita ที่เข้าไปทำงานกับโปรตีนเซอทูอิน ( Sirtuins ) ที่เรียกว่า “SIRT1” ซึ่งเป็นเอนไซม์ชะลอวัยที่มี อยู่ตามธรรมชาติของมนุษย์ และมีหน้าหลักในการซ่อมแซม DNA ซึ่งจะเข้ามาขัดขวางโรคภัย พร้อมทั้งช่วยชะลอวัยให้ ผิวพรรณดูอ่อนเยาว์ และทำให้อายุขัยยืน ยาวขึ้น
** นวัตกรรม Bio Matrix ของ Telolab จะไปเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซึม สารเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ในเลือดให้สูงขึ้นถึง 15 เท่า**
แตกต่างจากอาหารเสริมทั่วไป และ สามารถแก้ปัญหาสุขภาพได้อย่างไรบ้าง ?
ตอบ
1.เพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ ชะลอวัยในระดับเซลล์ จากเทคโนโลยีและสารสกัดจาก Telolab
2.ต้านอนุมูลอิสระ ลดการอับเสบ อันเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง จาก Telolab และ Dermaval
3.กระตุ้นการหลั่ง Growth Hormone จากต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความหนุ่มสาว จาก L-GLUTAMINE ซึ่งเป็นสารตั้งต้นในการผลิตสารสื่อประสาท คือ Glutamate และ GABA
4.ดีท๊อก ล้างสารพิษในตับ จาก L-Glutathione ซึ่งป้องกันไม่ให้เนื้อเยื่อถูกทำลายจากสารอนุมูลอิสระ
5.ผิวเรียบเนียน เต่งตึง กระจ่างใส จาก
- Telolab ช่วยเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ให้กับเซลล์ผิวหนัง ผลัดเปลี่ยนเซลล์ใหม่มาเสริมให้อ่อนเยาว์อย่างต่อเนื่องเป็นผลให้ลดริ้วรอยลดลง
- Dermaval สุดยอดสารอาหาร สารสกัดจาก Superfoods 9 ชนิด ต้านออกซิเดชั่นระดับไมโตคอนเดรีย ที่ต้นกำเนิดของอนุมูลอิสระระดับเซลล์ และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน เพิ่มความยืดหยุ่น ชุ่มชื้น เรียบเนียนให้กับผิว
- Collagen Dipeptide ร่างกายสามารถดูดซึมนาน ไปใช้งานได้ทันทีช่วยให้เห็นผลลัพธ์ได้เร็วยิ่งขึ้น
- L-CYSTEINE ผิวขาว ฝ้า กระ จุดด่างดำ ลดเลือนลง ชะลอ ปฏิกริยาแห่งวัยของร่างกาย (การแก่ของเซลล์) ส่งผลให้ผิวเนียนเรียบ เปล่งปลั่ง
- GLYCINE ช่วยให้ผิวพรรณและอวัยวะต่างๆ มีความยืดหยุ่น เต่งตึง ช่วยปกป้องเซลล์ผิวจากรังสี UV ลดฝ้า
6.ระงับความเจ็บปวด และช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ไขข้อกระดูก จาก Telolab และ Collagen tripeptide
7.ปกป้องและชะลอความเสื่อมของดวงตา จาก Billberry และ Lutien
8.ทำให้ผมและเล็บมีสุขภาพดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จาก Telolab เข้าไปช่วยเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ของเซลล์ของผมและเล็บ
9.เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกายจาก Telolab เพิ่มความยาวเทโลเมียร์ให้กับเซลล์เม็ดเลือดขาว ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันในร่างกาย ประกอบกับมีสารช่วยด้านอนุมูลอิสระ และกระตุ้นให้ระบบภูมิคุ้มกันมีความแข็งแรงอีกด้วย
10.Beta Glucan from Yeast
- ฟื้นฟูการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ทำงานอย่างสมดุล ไม่มากเกินหรือน้อยเกินไป
- ปรับระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้ดีขึ้น
- ชะลอไม่ให้น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเร็ว ลดระดับความต้องการอินซูลิน
- ลดโอกาสเกิดออฟฟิศซินโดรม เพราะมีส่วนช่วยฟื้นฟูร่างกายจากการอักเสบ ร่างกายถูกบูสต์จากความเหนื่อยล้า
- ฟื้นฟูการอักเสบของระบบประสาท ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
- กระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาว ช่วยกำจัดเชื้อโรคและเซลล์แปลกปลอม ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงโรคมะเร็ง
Dermaval สุดยอดสารอาหาร สารสกัดจาก Superfoods 9 ชนิด ประกอบไปด้วยสารสกัดอะไรบ้าง ?
1.Pomegranate Extract (สารสกัดจากทับทิม)
มีสารต้านอนุมูลอิสระหลายชนิดซึ่งมีมากทั้งในเปลือกเมล็ดและน้ำทับทิม มีสรรพคุณในการยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรีย สาเหตุของการเกิดสิว ยับยั้งการเกิดเชื้อรามีฤทธิ์ในการสมานแผล ลดการอักเสบ กระชับรูขุมขน ลดความมันส่วนเกินและสารในกลุ่มฟลาโว นอยด์ที่ช่วยต่อต้านการทำลายเซลล์จากอนุมูลอิสระลดการเกิดริ้วรอยและรอยเหี่ยวย่นช่วยบำบัดเซลล์ผิวจากการตกค้างของสารพิษโลหะหนัก ต่างๆและมีวิตามินซีสูงช่วยให้ผิวขาวกระจ่างใส
2.Camu Camu Powder (ผงคามู คามู)
เป็นแหล่งรวมของวิตามินและเกลือแร่ตลอดจนเส้นใยอาหารมากมายซึ่งมีสารที่ช่วยชะลอความเสื่อมแถมยังป้องกันโรคที่เป็นเรื้อรังได้หลายชนิด ในผลคามูคามูนั้นยังได้ชื่อว่าเป็นผลไม้ที่ มีวิตามินซีสูงที่สุดของผลไม้ทุกชนิดอีกด้วย (วิตามินซีประมาณ2,400 – 3,000 มิลลิกรัม/ผลสด 100 กรัม) มากกว่าในส้มประมาณ 60 เท่า
3.Asparagus Powder (ผงหน่อไม้ฝรั่ง)
มีปริมาณสารแอลกลูต้าไธโอน สูงมากเป็นอันดับหนึ่งอุดมไปด้วยวิตามินต่างๆมากมาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอวิตามินเค และวิตามินบี1,2,3 และ 6 มีปริมาณสารโฟลาซินสูง /เป็นผักที่มีกากใยสูง / มีปริมาณเกลือที่ต่ำ / ปราศจากไขมันและคอเลสเตอรอล / แคลอรีต่ำ / อุดมไปดวยโปรตีน /อุดมไปด้วยแร่ธาตูอย่าง ฟอสฟอรัส ทองแดง โปแตสเซียม และเซเลเนียม
4.Broccolini Extract (สารสกัดจากบล็อกโคลื่)
อุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่า ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane) ที่มีฤทธิ์เสริมการทำงานของตับในการขจัดสารพิษ และต่อต้านโรคมะเร็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยกระตุ้นเอนไซม์หรือน น้ำย่อยทางเดินอาหาร มีฤทธิ์ต้านเชื้อโรคสาเหตของโรคกระเพาะอาหารอักเสบอีกด้วย
5.Mangosteen Extract (สารสกัดจากมังคุด)
มีสารสำคัญตัวหลักๆ อยู่ 3 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ สารกลุ่มพรีนิลเลท แซนโธน (prenylate xanthones) สารกลุ่มแอนโธไซยานิน (anthocyanins) และสารประกอบกลุ่มฟีนอลิค (phenolic compounds) นอกจากนี้มังคุดยังมีสารแซนโทนอยู่มากกว่ากว่า 68 ชนิด ช่วยต่อต้านอนุมูล อิสระได้อย่างดี ปรับสมดุลของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายให้อยู่ในสภาวะปกติ ช่วยชะลอให้เกิดความ เสื่อมและความเสียหายภายในร่างกาย
6.Okra Powder (ผงกระเจี๊ยบเขียว)
ต่อต้านอนุมูลอิสระและชะลอความแก่ได้อย่างดีเยี่ยมเพราะกระเจี๊ยบแดงมีสารโพลีฟีนอลชนิด Protocatechuic Acid ที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ พร้อมลดเลือนริ้วรอยก่อนวัย ให้ผิวดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด อีกทั้งในคนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำจากการโดนแดดเผา น้ำกระเจี๊ยบแดงก็สามารถฟื้นบำรุงผิวให้ดูกระจ่างใสและเรียบเนียนขึ้นได้
7.Acai Extract (สารสกัดจากอาซาอิ)
อุดมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุและกรดไขมันที่จำเป็นต่อร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นวิตามินบี1, บี2, บี3, วิตามินซี, วิตามินอีธาตุเหล็ก โพแทสเซียม ฟอสฟอรัสและแคลเซียม เบตาแคโรทีน เส้นใยอาหารและกรดไขมันที่จำเป็นอย่าง โอเมก้า 3, 6, 9 กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีอีกด้วย ที่สำคัญคือ ผล Acai Berry มีสารช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ทำให้มีคุณสมบัติในการ Anti-Aging ช่วยดูเเลผิวจากอนุมูลอิสระสาเหตุของความชรา มี ประสิทธิภาพในการช่วยลดเลือนและต่อต้านการเกิดริ้วรอย คล้าย Botox จากธรรมชาติช่วยให้ผิวเนียนละเอียด ดูกระชับ ดูอ่อนเยาว์และเปล่งปลั่งสดใสอยู่ เสมอ
8.Acerola Cheery Extract (สารสกัดจากอะเซโรลาเช่อร์รี่)
ทั่วโลกให้การยอมรับว่ามีปริมาณวิตามินซีอันอุดมสมบูรณ์ที่สุด ชนิดหนึ่งของโลกโดยมี วิตามินซีมากกว่าส้มถึง 50 เท่า ช่วยป้องกันเซลล์จากการทำลายโดยอนุมูลิสระจากปัจจัยภายนอกและภายใน ช่วยให้ผิวขาวขึ้นอย่างเป็น ธรรมชาติช่วยป้องกันและรักษาเม็ดสีเมลานินที่ผิดปกติลดรอยหมองคล้ำ ฝ้ากระจุดด่างดำและช่วยเสริมสร้างเส้นใยคอลลาเจน ต่อต้านการเกิด ริ้วรอยก่อนวัย ทำให้ผิวพรรณมีความยืดหยุ่น กระชับและเรียบเนียน
9.Green Coffee Bean Extract (สารสกัดจากเมล็ดกาแฟไม่คั่ว)
สารสกัดกาแฟเป็นสารสกัดธรรมชาติช่วยฟื้นฟูความสดชื่นให้ผิวมีความเปล่งปลั่งดูมีพลัง ช่วยให้ผิวมีความเนียนนุ่ม เปล่งปลั่ง และมีสุขภาพดีนอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติเป็น Antioxidant ช่วยป้องกันการเกิดริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้
รสชาติเป็นอย่างไร มีส่วนผสมของน้ำตาลหรือไม่ ?
ตอบ รสชาติเปรี้ยวอมหวาน ทานง่าย คล้ายมิกซ์เบอรี่ แต่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล
สามารถชงผลิตภัณฑ์ในนมหรือกาแฟได้หรือไม่ ?
ตอบ ไม่แนะนำให้ผสมนมกับกาแฟ เพราะว่าจะทำให้การดูดซึมของสารอาหารลดลง
ควรทานช่วงเวลาไหน จึงจะเห็นผลดีที่สุด ?
ตอบ เนื่องจาก CelVita มีสารสกัดหลายชนิดที่ดูดซึมได้ดีทั้งก่อนและหลังอาหาร แต่ถ้าอยากให้ดูดซึมได้ดีแนะนำให้ทานตอนท้องว่าง หรือหลังอาหาร 1 ช.ม. อาจจะเป็นช่วงตอนเช้าหรือก่อนนอน เพราะว่าเมื่อท้องว่างกระเพาะอาหารไม่มีอาหารอยู่ เมื่อทานอาหารเสริมเข้าไปก็จะทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้มีประสิทธิภาพดีกว่า
การทานผลิตภัณฑ์นี้ จะส่งผลให้อ้วนขึ้นไหม ?
ตอบ CelVita ไม่มีน้ำตาล และค่าพลังงานแคโรรี่ต่ำมากจึงส่งผลไม่ทำให้อ้วน
วิธีการทานอย่างไรให้เห็นผลที่สุด กี่ซองต่อวัน กี่กล่องต่อเดือน ?
ตอบ เพียงทาน CelVita วันละ 1 ซองทุกวัน เป็นระยะเวลา 1 เดือนจะเห็นผลชัดเจนว่า สามารถเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ได้จากผลการทดสอบจากโรงพยาบาล
หากทานครบ 1 กล่องแล้ว สามารถเห็นถึงการเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่อย่างไรบ้าง ?
ตอบ CelVita จะเริ่มทำงานกระตุ้นการเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ตั้งแต่เริ่มรับประทาน และสามารถเห็นการเปลี่ยนแปลงได้
– ทาน 1 กล่อง ซึ่งทานได้ 7 วัน รู้สึกสดชื่นขึ้น นอนหลับได้สนิท ไม่ง่วงซึมระหว่างวัน ออกกำลังกายได้นานขึ้น สังเกตุได้จากผิวบริเวณใต้ท้องแขนและต้นขาจะนุ่มลื่นขึ้น
– ทาน 2 กล่อง ซึ่งทานได้ 14 วัน ผิวนุ่มลื่น ดูอิ่มน้ำรอยแดง รอยดำจางลงริ้วรอบใต้ตาจางลง รูขุมขนกระชับ ผิวกระจ่างใส เปล่งปลั่งขึ้น อาการแสบตา ตาพร่ามัวดีขึ้น
– ทาน 4 กล่อง ซึ่งทานได้ 28 วัน เทโลเมียร์เพิ่มความยาวขึ้นพิสูจน์ได้จากผลตรวจจากโรงพยาบาล ฝ้า กระ จุดด่างดำ จางลง อาอาการปวดข้อต่อต่างๆ บรรเทาลง
– ทาน 5-8 กล่อง ซึ่งทานได้ 28 – 56 วัน น้ำตาลในเลือดลดลง ผิวอ่อนวัยลง กระจ่างใส อย่างเห็นได้ชัด ผมเงางาม ดูสุขภาพดี เล็บแข็งแรงขึ้น ไม่เปราะหรือหักง่าย มวลกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้น
(** จากกลุ่มตัวอย่างทดลองทาน CelVita ได้ 8 กล่อง เป็นเวลา 2 เดือน สามารถลดอายุเซลล์ได้ประมาณ 6 ปี **)
วิธีการทานต้องทานทุกวันหรือไม่ ?
ตอบ เพื่อให้เห็นผลควรทาน Celvita อย่างต่อเนื่องทุกวัน
สามารถทานคู่กับยาที่แพทย์สั่งหรือยารักษาโรคประจำตัวได้หรือไม่ ?
ตอบ หากเป็นผู้ป่วยที่มีอาการของโรครุนแรงในระยะสุดท้ายเช่นโรคตับระยะสุดท้าย โรคไตระยะสุดท้าย โรคมะเร็งระยะสุดท้าย หรือโรคต่างๆเหล่านี้ ไม่แนะนำให้รับประทานเพราะจะต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของหมออย่างเข้มงวด แต่หากเป็นโรคทั่วๆไปเช่น เบาหวาน หัวใจ ความดัน หรือ ไทรอยด์ สามารถทานได้วันละ 1 ซอง
สามารถทานคู่กับวิตามินหรือคอลลาเจนตัวอื่นๆได้หรือไหม ?
ตอบ CelVita มีส่วนประกอบของ Collagen Dipeptide และ Tri peptide ของ Wellnex ซึ่งเป็นเทคโนโลยีชั้นนำจากญี่ปุ่น และวิตามินหลายชนิด ในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อวันอยู่แล้ว ซึ่งสามารถทานวิตามินตัวอื่นเสริม ที่ไม่มีอยู่ใน Celvita ได้ เช่น Calciam, Zinc, Vitamin E เป็นต้น
มีตัวยาหรือสารตกค้างที่สะสมในร่างกายหรือไม่ ?
ตอบ CelVita เป็นสารอาหารที่สกัดจากธรรมชาติจึงไม่มีสารตกค้าง และปริมาณที่ใช้อยู่ในการควบคุมขององค์กรอาหารและยา
สามารถทานในระยะเวลานานๆต่อเนื่องกันได้หรือไม่หรือควรมีระยะช่วงหยุดทานเมื่อไหร่ ?
ตอบ สารสกัดในสูตรของ CelVita เป็นสารที่ปลอดภัยผ่านการรับรองจากองค์กรอาหารและยา การทานในปริมาณที่เหมาะสมมีความปลอดภัยในระยะยาว สามารถทานต่อเนื่องได้ตลอดเพื่อปกป้องและเพิ่มความยาวของเทโลเมียร์ทำให้ร่างกายแข็งแรง ย้อนวัยกลับมาดูเด็กอีก
หลังหยุดทานแล้ว จะส่งข้างเคียงและผลกระทบหรือไม่อย่างไร ?
ตอบ สารอาหารของ Celvita ดูดซึมได้ทั้งหมดไม่ตกค้างในร่างกาย หรือจะทานเพียงแค่เห็นผลลัพธ์แล้วก็หยุดทานก็ได้ ยังไม่มีผลการวิจัยแน่ชัดว่าวิตามินต้องหยุดทานหรือต่อเนื่องนานเท่าใด โดยทั่วไปหากกังวลอาจจะทาน 6 เดือน แล้วหยุด 1 เดือน แบบนี้ก็ได้เช่นกัน
หากหยุดทานแล้ว ร่างกายจะหลับมาเสื่อมสภาพหรือไม่ ?
ตอบ Celvita ทำให้เทโลเมียร์ยืดยาวขึ้น ซึ่งเป็นผลให้ร่างกายกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้นกว่าอายุขัย แต่ถ้าหยุดทานแล้วร่างกายเทโลเมียร์จะสั้นลงตามอายุขัย หรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งก็จะเสื่อมสภาพลงตามกลไกของธรรมชาติ ดังนั้นจึงแนะนำให้ทานอย่างต่อเนื่องเพื่อลดการเสื่อมสภาพของร่างกายตามอายุขัย
คนที่ทานมังสวิรัติ สามารถทานได้หรือไม่ ?
ตอบ Celvita มีส่วนผสมของคอลลาเจนที่สกัดจากปลา จึงไม่เหมาะกับคนที่ทานมังสวิรัติ
ในคนที่มีภาวะตั้งครรภ์ ผู้ที่พึ่งคลอดและให้นมบุตร สามารถทานได้หรือไม่ ?
ตอบ ไม่แนะนำให้ทานเพราะสารสกัดที่ใส่ในสูตรใช้ในปริมาณสำหรับผู้ใหญ่ ดังนั้นเราไม่สามารถควบคุมปริมาณที่จะไปถึงเด็กหรือไปอยู่ในน้ำนมได้ อาจจะพบว่าลูกถ่ายเหลวนั้นคือปริมาณวิตามินมากเกินไปสำหรับเด็ก แต่แนะนำให้กับบุคคลที่ต้องการมีบุตร เพราะเทโลเมียร์ในโครโมโซมในไข่ของแม่และสเปิร์มของพ่อจะถูกถ่ายทอดไปสู่ทารกที่กําลังเติบโตโดยตรงแปลว่าหากพ่อแม่เทโลเมียร์สั้น ก็จะถ่ายทอดเทโลเมียร์ที่สั้นนั้นมาให้ลูกด้วย
การชงแล้วแช่ตู้เย็นทิ้งไว้ ทำให้ผลิตภัณฑ์เสื่อประสิทธิภาพหรือไม่ ?
ตอบ เนื่องจาก CelVita ไม่ได้สารกันเสียไปในส่วนผสม จึงแนะนำว่าหลังจากฉีกซองทานแล้ว ควรทานให้หมดภายใน 24 ชม.
ในคนที่พึ่งเข้ารับการผ่าตัดสามารถทานได้หรือไม่ ?
ตอบ หลังผ่าตัดระยะแรกควรรอก่อน ยังไม่ให้อาหารเสริม เว้นแต่เมื่อคุณหมอตัดไหมแล้วและให้ทานอาหารได้ตามปกติ คือผ่านไป 7-10 วันหลังผ่า ค่อยเริ่มอาหารเสริม
ใครบ้างที่ควรทานผลิตภัณฑ์ CelVita ?
ตอบ สามารถทานได้ตั้งแต่ อายุ 12 ปี ขึ้นไป ซึ่งโดยปกติความยาวเทโลเมียร์จะเริ่มสั้นลงเรื่อยๆ หรือช่วงอายุที่แนะนำคืออายุตั้งแต่ 25 ปีขึ้นไปเพราะความเสื่อมของร่างกายจะเริ่มเพิ่มมากขึ้นจึงควรต้องดูแลเป็นพิเศษ
หากลืมทาน หรือทิ้งช่วง หรือทานไม่ต่อเนื่อง ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หรือไม่ ?
ตอบ เมื่อลืมทานสามารถทานต่อเนื่องได้เลย ซึ่งการเพิ่มความยาวเทโลเมียร์เป็นการเอาชนะธรรมชาติที่ทำให้ย้อนวัยกลับมาจากความชราของเซลล์ เมื่อหยุดทานแล้ว เทโลเมียร์ก็สั้นลงตามกลไกธรรมชาติ จึงแนะนำให้ทานอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาสภาพความยาวเทโลเมียร์และอายุเซลล์ให้อ่อนวัยอยู่เสมอ
Celvita กับโรคต่างๆ..
สามารถป้องกันหวัดได้หรือไม่ ?
ตอบ เนื่องจากเทโลเมียร์ที่สั้นลง ทำใหภูมิคุ้มกันทำงานช้าลงและทำให้เป็นหวัดได้ง่ายขึ้น ซึ่งการเพิ่มความยาวเทโลเมียร์จึงมีผลให้ป้องกันหวัดได้ไปโดยปริยาย และ CelVita มีวิตามินรวมที่มีความสามารถในการสร้างภูมิคุ้มกันรวมไปถึงโรคหวัดด้วย
ช่วยลดภูมิแพ้ได้จริงหรือ ?
ตอบ CelVita มีสารสกัดที่ช่วยป้องกันภูมิแพ้เช่น Camu Camu ซึ่งเปี่ยมไปด้วยวิตามินซี รวมถึงการเพิ่มความยาวเทโลเมียร์จากสารสัด Telalab ซึ่งจากการวิจัยพบว่าผู้ทีเป็นโรคภูมิแพ้จะมีเทโลเมียร์สั้นกว่าคนปกติ
ในผู้สูงอายุหากทานสามารถรักษาอาการวัยทองร่วมด้วยได้หรือไม่ ?
ตอบ วัยทอง คือ ช่วงวัยที่ร่างกายคนเรามีภาวะฮอร์โมนเพศลดลง อาการของวัยทอง ก็จะแสดงให้เห็นมากมายไม่ว่าจะเป็น อาการร้อนวูบวาบ นอนไม่หลับหงุดหงิดง่าย ร่างกายอ่อนเพลีย ผมร่วงวิงเวียนศีรษะ ฯลฯ ซึ่งถ้านับตามค่าเฉลี่ยอายุแล้วอาการวัยทองก็จะเกิดขึ้นราวๆ อายุ 45-50 ปี
ทาน Celvita เพียงวันละ 1 ซอง เป็นเวลา 3 เดือน จะช่วยในการย้อนวัยให้เซลล์ในร่างกายลดไปได้ถึง 5-6 ปี รวมถึงจะช่วยปรับสมดุลและกระตุ้นฮอร์โมน ให้กลับมาสดใส เพิ่มสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน และช่วยป้องกันโรคอื่นๆ ที่จะตามมาด้วย
ผู้ที่เป็นโรคไต สามารถทานได้ปกติหรือไม่ อย่างไร ?
ตอบ เมื่อทาน Celvita ในระยะเวลายาวนาน ไม่มีผลต่อโรคตับและไต เพราะสารสกัดเป็นสารที่มาจากธรรมชาติซึ่งในปริมาณที่เพียงพอต่อร่างกาย จึงไม่มีสารตกค้างอยู่ และ ทาน Celvita ไม่เพียงแต่ไม่มีผลต่อตับไตแล้ว การเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ยังมีผลต่อการยืดอายุให้กับเซลล์ตับและไต เพราะจากงานวิจัยพบว่าผู้ที่มีมีปัญหาเกี่ยวกับโรคไตจะมีเทโลเมียร์สั้นกว่าคนปกติ ซึ่งระบุถึงประสิทธิภาพในการทำงานของไต เช่นการกรองของไตถ้าเทโลเมียร์สั้นลง ประสิทธิภาพในการทำงานของไตก็จะลดลง ในทางกลับกันถ้าเทโลเมียร์ยาวขึ้น ประสิทธิภาพในการทำงานของไตก็จะดีขึ้น
ผู้ที่มีน้ำหนักมาก สามารถทานได้หรือไม่ ?
ตอบ ผู้ที่มีน้ำหนักมาหรือเป็นโรคอ้วน จะมีความยาวเทโลเมียร์สั้นกว่าคนปกติ เพราะเมื่อเซลล์มีการแบ่งตัว จะมีความยาวเทโลเมียร์สั้นลง ซึ่งคนที่อ้วนกว่าจะต้องมีการแบ่งตัวมากกว่าคนปกติ จึงทำให้ความยาวเทโลเมียร์สั้นลงกว่าปกติ จึงแนะนำให้ทำการลดน้ำหนักเช่น การควบคุมอาหาร และ ออกกำลังกายพร้อมไปกับการทาน CelVita เพื่อเพิ่มความยาวเทโลเมียร์ไปด้วย
ผู้ที่เป็นมะเร็งหรือเนื้องอก จะทำให้เชื่อยิ่งแบ่งตัวมากขึ้นหรือไม่ ?
ตอบ ในระดับที่ อย. อนุญาต ไม่มีผลร้ายแรงรุนแรงถึงขนาดทำให้ยีนกลายพันธ์ุ เป็นระดับที่มีความปลอดภัยแล้วช่วยในเรื่องของการส่งเสริมสุขภาพ และในสูตรของ CelVita มีเทคโนโลยีที่ไปช่วยให้การปรับภูมิคุ้มกันให้กำจัด เซลล์เนื่อร้ายก่อนที่จะมีการแบ่งตัวเพิ่มขึ้นอีกด้วย
ผู้เป็นความดัน หรือโรคหัวใจ สามารถทานได้หรือไม่ ?
ตอบ เทโลเมียร์ที่สั้นลงของเซลล์เม็ดเลือดจะกระตุ้นให้เกิดการอักเสบ ซึ่งเป็นบ่อเกิดของโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเซลล์ที่อักเสบจะเกาะอยู่ด้านข้างหลอดเลือดแดง และจับคอเลสเตอรอลจนเกิดเป็นคราบไขมัน หรือทำให้คราบที่มีอยู่แล้วเปลี่ยนสภาพ เมื่อคราบไขมันแตกออก ลิ่มเลือดจะก่อตัวขึ้นและอุดตันหลอดเลือดแดงที่สูบฉีดเลือดเข้าหัวใจ คอยขัดขวางเลือดไม่ให้ไปเลี้ยงหัวใจ และก่อให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน
เทคโนโลยี TeloLab ของ CelVita จะช่วยยืดความยาวเทโลเมียร์ทำให้เซลล์หลอดเลือดแข็งแรงขึ้น รวมไปถึง สารต้านอนุมูลอิสระ และลดจำนวนเซลล์ที่อักเสบ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคความดันและโรคหัวใจด้วย
ผู้ที่เป็นเบาหวานสามารถทานแล้วลดน้ำตาลในเลือดได้หรือไม่ ?
ตอบ สาเหตุโรคเบาหวานเกิดจาก เบต้าเซลล์ที่ตับอ่อนกลุ่มหนึ่งซึ่งทำหน้าที่ในการผลิต เก็บและหลั่งฮอรโมน อินซูลิน ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการน้ำตาลกลูโคสในเลือดเข้าสู่ในเซลล์เนื้อเยื่อต่างๆ ไปเผาหลาญให้เกิดพลังงาน แต่เมื่ออินซูลินน้อยขึ้นมา น้ำตาลก็จะล่องล่อยค้างอยู่ในกระแสเลือด โดยไม่ซึมเข้าไปในเซลล์ ทำให้เกิดภาวะเบาหวาน
โรคเบาหวานจะทำให้ เทโลเมียร์ของ เบต้าเซลล์ของตับอ่อนสั้นลงเร็วขึ้น การทำงานของตับอ่อนก็จะแย่ลง ทำให้หลั่งสารอินซูลินได้น้อยลง เป็นเหตุให้เกิดการเป็นเบหวานความรุนแรงมากขึ้นและเกิดภาวะแทรกซ้อนเร็วขึ้น เพราะน้ำตาลอยู่ในกระแสเลือดนานมากขึ้น รวมถึงปริมาณน้ำตาลก็มากขึ้นด้วย
ผู้ป่วยโรคเบาหวานจะมีเทโลเมียร์สั้นกว่า คนที่ระดับน้ำตาลในเลือดปกติและถ้าควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ไม่ดีการสั้นลงของเทโลเมียร์จะยิ่งสั้นลงเร็วมากขึ้น การฟื้นฟูต่างๆ ก็ยิ่งช้าลง ในทางกลับกันเมื่อเทโลเมียร์แข็งแรง เซลล์ก็จะแข็งแรง อวัยวะก็จะแข็งแรงขึ้นด้วย
แนะนำให้ควบคุมอาหาร พยายามเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลมาก ออกกำลังกายให้สม่ำเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงกับภาวะอ้วน พร้อมกับทาน Celvita จะช่วยให้เทโลเมียร์ยาวขึ้นและทำให้เซลล์ตับอ่อนแข็งแรงขึ้น ทำให้ช่วยเซลล์ตับอ่อนหลั่งฮอร์โมนอินซูลินออกมาได้ และอินซูลินก็จะทำหน้าที่เอาน้ำตาลในเลือดไปเผาผลาญให้เกิดพลังงานได้ ก็ช่วยทุเลาโรคเบาหวานจากหนักให้เบาลงได้
ช่วยเรื่องกระดุกพรุนได้อย่างไร ?
ตอบ เซลวิต้าจะเข้าไปยืดความยาวเทโลเมียร์ ทำให้เพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างเนื้อเยื่อกระดูก รวมถึงมีคอลลาเจนไตรเปปไทด์ ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ไขข้อกระดูก ให้อีกด้วย
