เทคนิคการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ แม้มีโรคในตัวก็สุขกายและใจได้
“ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” จะยุคสมันไหนวลีสั้น ๆ คำนี้ยังคงเป็นเรื่องจริงเสมอ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าคนเราเมื่ออายุมากขึ้น สภาพร่างกาย การทำงานของระบบอวัยวะย่อมเสื่อมถอยลงเป็นเรื่องธรรมดา นำมาซึ่งการเกิดโรคตั้งแต่เล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการปวดหลัง ไปจนถึงโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน ความดันโลหิต หรือใครโชคไม่ดี ไม่ค่อยดูแลสุขภาพก็อาจรุนแรงกว่านั้น แต่ไม่ว่าคุณจะอยู่ในสถานการณ์ใดก็ตาม หากรู้เทคนิคการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นและจิตใจดีตามไปด้วย
การฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ คืออะไร
การฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ คือ แนวทางที่จะช่วยให้ผู้สูงอายุทุกคนยังคงใช้ชีวิตของตนเองได้อย่างมีคุณภาพมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของร่างกาย เช่น การเคลื่อนไหว การพูดคุย ไปจนถึงสภาพจิตใจ สร้างสมดุลต่อร่างกายแม้มีโรคภัยไข้เจ็บอยู่ในตัวก็ไม่ได้รู้สึกเป็นปัญหาในชีวิตมากนัก
หัวใจสำคัญในการฟื้นฟูสุขภาพของผู้สูงอายุจึงอยู่ที่เรื่องของความตั้งใจ และการสร้างกิจกรรมที่ดีเพื่อให้พวกเขามีส่วนร่วมทางกาย เมื่อถึงตอนนั้นจิตใจก็จะสัมผัสได้ถึงความสุข การใช้ชีวิตแบบมีเป้าหมาย ไม่ใช่ปล่อยเวลาเลื่อนลอยให้หมดไปเป็นวันต่อวัน
เทคนิคการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ ที่สามารถนำไปใช้ได้เลย
1. ออกกำลังกายเป็นประจำ
การพัฒนาร่างกายที่ดีที่สุดย่อมหนีไม่พ้นการให้ร่างกายได้ถูกใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้วิธีที่พร้อมตอบโจทย์ย่อมหนีไม่พ้น “ออกกำลังกาย” อย่าลืมว่ายิ่งได้ขยับตัวมากเท่าใดก็หมายถึงร่างกายถูกใช้มากเท่านั้น ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าเมื่อคนเราอายุมากขึ้นสภาพร่างกายเสื่อมลง แถมยังไม่ค่อยถูกใช้งาน กล้ามเนื้อมักค่อย ๆ ลีบเล็กและมีโอกาสรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น
การสร้างความแข็งแรงต่อกล้ามเนื้อและข้อต่อจึงเป็นเทคนิคการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุที่ได้ผลลัพธ์อย่างยอดเยี่ยม อาจเริ่มจากออกกำลังกายเบา ๆ เท่าที่ทำได้ เช่น เดินจับราวไปตามทาง ปั่นจักรยานมือ ยกแขน-ขาเพื่อบริหารกล้ามเนื้อ เป็นต้น
2. หากิจกรรมที่ตนเองชอบทำ
การฟื้นฟูสมรรถภาพที่ดีของผู้สูงอายุต้องพยายามหากิจกรรมที่ตนเองชอบทำ แต่ไม่สร้างภาระให้กับร่างกายมากเกินไป เช่น การอ่านหนังสือ การถักเสื้อ ร้อยมาลัย ทำอาหาร เล่นหมากรุก ทำสวน ชงชา ชงกาแฟ หรือลูกหลาน คนใกล้ชิด จะลองสอนให้ใช้มือถือ ให้ลองเล่นอินเทอร์เน็ต มีสังคมออนไลน์กับเขาบ้างก็ไม่มีปัญหาเช่นกัน เมื่อได้ทำกิจกรรมที่ชอบ สภาพจิตใจย่อมมีความสุข และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างไม่ต้องคิดมากกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บของตนเอง มีเป้าหมาย มีแรงกระตุ้นให้อยากทำในสิ่งนั้นต่อจนสำเร็จ เป็นอีกทางเลือกดี ๆ ที่ยังได้ฝึกสมอง มีการจดจำ ขณะที่ร่างกายเองก็ยังสามารถเคลื่อนไหวเสมือนออกกำลังกายไปในตัวด้วย
3. ใช้เครื่องมืออื่น ๆ เข้ามาช่วย
ผู้สูงอายุบางคนที่อายุมาก ช่วยเหลือตัวเองได้น้อย การนำเอาเครื่องมืออื่น ๆ เข้ามาให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมก็นับเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมาก เช่น การใช้อุปกรณ์เสริม เช่น รถเข็น อุปกรณ์ช่วยเดิน หรือกลุ่มอวัยวะเทียมเพื่อให้ร่างกายขยับตัวได้ง่ายขึ้น อาทิ ข้อเข่าเทียม ข้อสะโพกเทียม แม้อายุจะมากขึ้นตามกาลเวลาแต่ก็ไม่ได้หมายถึงต้องหมดโอกาสในการดูแลสุขภาพของตนเองเสมอไป แค่รู้วิธีและเลือกใช้ตัวช่วยให้เหมาะสมเท่านั้น
4. สร้างความสุข เพื่อลดความเครียดและอาการวิตกกังวล
มีผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อยมักรู้สึกเครียด วิตกกังวล กลัวว่าตนเองเป็นภาระลูกหลาน กลัวไม่มีใครเหลียวแล ยิ่งถ้าหากช่วยเหลือตัวเองได้น้อยมาก ๆ ด้วยแล้วก็มักเกิดภาวะกดดัน ตรงนี้คนรอบข้างจึงต้องมีส่วนสำคัญในการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ เช่น การพาออกไปต่างสถานที่บ้าง ดูแลเอาใจใส่ใกล้ชิด หากิจกรรมทำร่วมกัน ไม่ทำสีหน้าหรือพฤติกรรมเชิงลบ เป็นต้น เมื่อมีสุขภาพจิตที่ดีร่างกายก็ได้รับประโยชน์ตรงนี้กลับคืนไปด้วยเช่นกัน
5. พาเข้าสังคมบ้างเป็นครั้งคราว
การได้เจอคนวัยใกล้เคียงกัน หรือการออกไปพบเจอกับสถานที่ใหม่ ๆ ย่อมทำให้เกิดความสุข ความอิ่มเอมภายในจิตใจแบบไม่ต้องอธิบายอะไรมากความด้วยซ้ำ วันหยุดสุดสัปดาห์อาจพาออกไปเที่ยวเล่นห้าง ออกไปต่างจังหวัด พาไปเจอเพื่อนเก่า เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นคุณค่าทางจิตใจที่ผู้สูงอายุควรได้รับ
เป้าหมายสำคัญของการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุ
อย่างไรก็ตามต้องทำความเข้าใจด้วยว่า การฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุทุกขั้นตอน ทุกกิจกรรม ไม่ได้คาดหวังให้พวกเขาสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติดังเดิม เพราะมันคงเป็นเรื่องยาก แต่การฟื้นฟูสุขภาพจะช่วยให้ผู้สูงอายุยังคงใช้ชีวิตต่อไปอย่างมีความสุข ขณะที่คนดูแลเองก็ไม่ต้องเหนื่อย ไม่ต้องเครียด กับกิจกรรมที่ต้องทำในแต่ละวัน มีเวลาเป็นของตนเองได้มากขึ้น สร้างความสมดุลของทุกฝ่ายเพื่อความลงตัว สานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกันอย่างมีคุณภาพ
เทคนิคการฟื้นฟูสภาพผู้สูงอายุเหล่านี้ถือเป็นวิธีเบื้องต้นที่ทุกคนสามารถนำไปปรับใช้กับคนใกล้ตัวของตนเองได้ทันที อย่าลืมว่าทุกคนต่างก็ต้องการความรัก การดูแล ความเอาใจใส่จากคนรอบตัวเสมอ ยิ่งคนอายุมากด้วยแล้ว บ่อยครั้งที่ร่างกายกับจิตใจต้องได้รับความอบอุ่นมากเป็นพิเศษ เริ่มต้นการฟื้นฟูสมรรถภาพของคนที่คุณรักได้ทันที อย่าปล่อยให้เวลาผ่านล่วงเลยจนรู้ตัวก็สายเกินไปเสียแล้ว

